Weena 的个人资料片思いの私...今日もあなたの幻想を見ました。照片日志列表更多 工具 帮助

日志


6月23日

Lullaby...& MidNiGhT Fairy Tale

 
 
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
        
                          ณ เมืองชนบทที่แสนเงียบสงบ ที่ๆเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้สีเหลืองในหน้าร้อน
                          เมืองเล็กๆ ที่มีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากพื้นดิน ตลอดทั้งปี
                          
                          มีหญิงสาวคนหนึ่งที่มีผิวขาวราวกับหิมะแรกในฤดูหนาวอันแสนหนาวเหน็บ
                          เธอมีดวงตาดำขลับที่ราวกับจะดูดคนที่จ้องมองมันได้
                          เรือนผมยาวของเธอทีส่องประกายกับแสงอาทิตย์ในยามกลางวัน
                        
                          ผู้คนต่างเรียกขานเธอว่า "สโนไวท์แห่งเมืองบ่อน้ำพุร้อน"
 
                          อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะมีผู้คนมากมายชื่นชมในความงามของเธอ
                          แต่ตัวเธอกลับไร้ซึ่งความสุข และเบื่อกับชีวิตในเมืองเล็กๆแห่งนี้เสียเหลือเกิน
 
                          ณ คืนหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง คืนที่ท้องฟ้าประดับประดาไปด้วยหมู่ดาว
                          หญิงสาวตัดสินใจออกเดินทางจากเมืองเล็กๆที่เธออยู่
                          เธอเดินทางผ่านป่า ข้ามสะพานเชือก ผ่านทุ่งดอกคอสมอส
                          จนกระทั่งมาสุดที่บ้านใหญ่แห่งหนึ่ง...
 
                          เมื่อหญิงสาวเปิดประตูเข้าไปในบ้านหลังนี้
                          เธอก็เจอกับห้องครัวใหญ่ที่มีโต๊ะกินข้าวอยู่กลางห้อง
                          ที่โต๊ะกินข้าวมีเก้าอี้อยู่เจ็ดตัว
                          
                          หลังจากสำรวจทั่วห้องครัวแล้ว เธอก็เดินไปยังทางเดินที่อยู่ติดกับห้องครัว
                          ที่ทางเดิน มีประตูเรียงรายอยู่เจ็ดบาน
                          ประตูแต่ละบาน มีสีเหมือนกับวันทั้งเจ็ด
                          แดง เหลือง ชมพู เขียว ส้ม ฟ้า และก็ม่วง...
 
                          ยังไม่ทันที่เธอจะได้เปิดประตูเหล่านั้น
                          หญิงสาวก็ได้ยินเสียงเปิดประตูดังมาจากห้องครัวใหญ่
 
                          .
                          ..
                          ...
                          หญิงสาวเดินกลับไปยังต้นเสียง
                          และแล้วเธอก็พบกับเด็กน้อยเจ็ดคน
                          ที่สวมเสื้อผ้าต่างกันเจ็ดสีเหมือนกับสีประตูทั้งเจ็ดของบ้านหลังนี้
 
                          "เธอเป็นใคร"
                          เด็กน้อยในชุดสีแดงถามขึ้น
                         
                          "ชั้นคือ สโนไวท์แห่งเมืองบ่อน้ำพุร้อน แล้วพวกเธอคือใคร"
                          หญิงสาวตอบ
                         
                          "พวกเราคือเทพแห่งวันทั้งเจ็ด...
                          ที่ผู้คนกล่าวขานกันว่า คนที่อาศัยอยู่กับเราแต่ละคนตามสีของวัน จะมีความสุขที่สุดในโลก"
                          เด็กน้อยในชุดสีเหลืองกล่าว
 
                          "ถ้าอย่างนั้น ขอชั้นอยู่กับพวกเธอได้มั้ย"
                          หญิงสาวเอ่ยปากถามขึ้น
 
                          "ได้เลย..."
                          เทพแห่งวันทั้งเจ็ดกล่าวด้วยความยินดี
 
                          จากนั้นเป็นต้นมา สโนไวท์แห่งเมืองบ่อน้ำพุร้อนก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเทพแต่ละคนตามวันทั้งเจ็ดอย่างมีความสุข
                          วันอาทิตย์ เธอเล่นกับเด็กน้อยในชุดสีแดง
                          วันจันทร์ เธอร้องเพลงกับเด็กน้อยในชุดสีเหลือง
                          วันอังคาร เธอเก็บดอกไม้กับเด็กน้อยในชุดสีชมพู
                          วันพุธ เธอวาดภาพกับเด็กน้อยในชุดสีเขียว
                          วันพฤหัสบดี เธออบพายแอปเปิ้ลกับเด็กน้อยในชุดสีส้ม
                          วันศุกร์ เธอนอนกลางวันใต้ร่มไม้กับเด็กน้อยในชุดสีฟ้า
                          วันเสาร์ เธอแต่งกลอนกับเด็กน้อยในชุดสีม่วง
                          ทุกๆ วันกลายเป็นวันแสนสนุกของสโนไวท์
                          .
                          ..
                          ...
                          ....
                          .....
แต่ทว่า
                          เมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าใด
                          หญิงสาวก็เริ่มรู้สึกว่างเปล่ามากขึ้นเรื่อยๆ
                          เธอยังยิ้มแย้มเช่นเคยเวลาอยู่กับเทพแห่งวันทั้งเจ็ด
                          อย่างไรก็ดี ดวงตาของเธอกลับไร้ซึ่งความสุข
 
                          จิตใจของสโนไวท์อ่อนแอลงเรื่อยๆ
                          จนกระทั่งวันหนึ่ง หัวใจของเธอก็ถูกความมืดกลืนกิน
                          เธอถูกความฝันที่แสนมืดมิดครอบงำ จนไม่สามารถลืมตาตื่นในตอนเช้าได้
 
                          เทพแห่งวันทั้งเจ็ดพยายามปลุกเธอ
                          "สโนไวท์ตื่นเถอะ ชั้นจะเล่นกับเธอทุกวัน" เด็กน้อยในชุดสีแดงกล่าว
                          "สโนไวท์ตื่นเถอะ ชั้นจะร้องเพลงที่ไพเราะที่สุดในโลกให้เธอฟังทุกวัน" เด็กน้อยในชุดสีเหลืองกล่าว
                          "สโนไวท์ตื่นเถอะ ชั้นจะเก็บดอกไม้ที่สวยที่สุดในโลกมาให้เธอทุกวัน" เด็กน้อยในชุดสีชมพูกล่าว
                          "สโนไวท์ตื่นเถอะ ชั้นจะวาดภาพแสนสวยให้กับเธอทุกวัน" เด็กน้อยในชุดสีเขียวกล่าว
                          "สโนไวท์ตื่นเถอะ ชั้นจะทำขนมกับอาหารอร่อยๆ ให้กับเธอทุกวัน" เด็กน้อยในชุดสีส้มกล่าว
                          "สโนไวท์ตื่นเถอะ ชั้นจะพาเธอไปนอนกลางวันในที่ๆ วิวสวยๆ ทุกวัน" เด็กน้อยในชุดสีฟ้ากล่าว
                          "สโนไวท์ตื่นเถอะ ชั้นจะแต่งกลอนที่แสนไพเราะให้กับเธอทุกวัน" เด็กน้อยในชุดสีม่วงกล่าว
 
 
อย่างไรก็ดี...
หญิงสาวก็ไม่ลืมตาตื่นขึ้น
จนในที่สุด เวลาก็ผ่านไปแล้วเจ็ดวัน...
 
                           มีชายหนุ่มขี่ม้าสีขาวผ่านมาทางบ้านที่เทพแห่งวันทั้งเจ็ดอาศัยอยู่
                           ชายหนุ่ม เหลือบไปเห็นสโนไวท์ที่นอนหลับใหลอยู่ในโลงแก้ว
                           ด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบ ชายหนุ่มตัดสินใจเปิดโลงแก้วออก
                           ก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่างกับสโนไวท์ จากนั้นชายหนุ่มก็ก้มลงจูมพิตเธอ
                           ชั่วพริบตาเดียว
 
                           หญิงสาวก็ลืมตาตื่นขึ้น
                           เทพแห่งวันทั้งเจ็ดดีใจมากที่ในที่สุดสโนไวท์ก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
                         
                           ด้วยความสงสัยของบรรดาเทพแห่งวันทั้งเจ็ด
                           เด็กน้อยในชุดสีแดงซึ่งเป็นหัวหน้าของเทพแห่งวันทั้งเจ็ดจึงเอ่ยปากถามชายหนุ่มขึ้น
                           "ท่านทำอย่างไร สโนไวท์จึงได้ลืมตาตื่นขึ้นอย่างง่ายดาย
                           ทั้งๆ พวกเราพยายามเท่าไร สโนไวท์ก็ไม่ยอมตืนเสียที"
 
                           "ข้าเพียงแค่บอกสโนไวท์ว่า ข้าจะมอบสิ่งหนึ่งให้"
                           ชายหนุ่มตอบ
 
                           "แล้วสิ่งนั้นมันดีกว่าของที่พวกข้าจะให้แก่สโนไวท์ยังไงเหรอ"
                           เทพแห่งวันทั้งเจ็ดกล่าว
 
                           "ข้าก็ไม่รู้หรอกว่า มันดีกว่าหรือไม่"
                           "แล้วสิ่งนั้นมันคือะไรงั้นเหรอ"
                           เทพทั้งเจ็ดถามขึ้นอีกครั้งด้วยความอยากรู้
                           .
                           .
                           .
                           .
                           .
                           .
                           .
                           .
                           .
                           "...ความรัก"
 
 
 
 
**********************************
 
ป.ล. บทความข้างต้นนี้ผ่านการพิสูจน์อักษรโดยศลิษา ตั้งศิริเสถียรแล้ว
6月15日

Cause human's untrustworthy

 
 
ในวันที่หัวใจของชั้นเหี่ยวเฉาเช่นนี้
 
ชั้นก็มักจะมีความคิดที่ว่า
 
"ที่สุดแล้ว คนเราก็คิดถึงแต่ตัวเองก่อนทั้งนั้นแหละ"
 
แน่นอนว่า มันก็รวมถึงตัวชั้นคนนี้ด้วย
 
ชั้นไม่คิดจะโทษใครหรอกว่า เค้าคนนั้นเห็นแก่ตัว รึว่า เค้าคนนั้นแย่
 
เพราะตัวชั้นเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน
 
ตัวชั้นก็อาจจะทำเรื่องไม่ดี หรือ เบียดเบียนคนอื่นโดยตั้งใจรึอาจจะไม่ตั้งใจเช่นกัน
 
 
 
...อาจเป็นเพราะหัวใจของชั้นหวังมากเกินไป
แต่สิ่งที่คนรอบข้างปฏิบัติต่อชั้น มันไม่เหมือนกับสิ่งที่หัวใจของชั้นหวังเอาไว้
ความเชื่อใจ แล้วก็ความไว้ใจของชั้นถูกกัดกร่อนลงเรื่อยๆ...
.
..
...
 
ชั้นกลายเป็นคนที่ใส่หน้ากากตลอดเวลา
เสียงหัวเราะของชั้นก็ไม่ได้ออกมาจากหัวใจ
รอยยิ้มของชั้นเป็นเพียงแค่การขยับมุมปากที่ไร้ซึ่งอารมณ์
ดวงตาของชั้นได้แต่เหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมาย
หัวใจของชั้นกลายเป็นสิ่งที่ว่างเปล่า
 
...
..
.
ชั้นไม่ได้โกรธหรือว่าเสียใจชั้นเลยทำแบบนี้
แต่เพราะว่า
 
"ชั้นเหนื่อยเหลือเกิน..."
 
                        ผู้หญิงที่หัวใจปิดตาย
 
 
 
6月9日

地震-Earthquake

 
ชั้นเพิ่งมาเข้าใจ ที่ว่า
 
ความกลัวของคนญี่ปุ่นที่มีอยู่สีอย่าง
 
ซึ่งก็คือ ฟ้าผ่า ไฟไหม้ พ่อ แล้วก็แผ่นดินไหวเอาก็คราวนี้นี่เอง
 
ที่เบปปุ เมืองเล็กๆที่ชั้นใช้ชีวิตอยู่มาร่วมแปดเดือน
 
จู่ๆก็เกิดแผ่นดินไหวติดต่อกันมาตั้งแต่ กลางดึกของคืนวันพุธ
 
ที่จริงแล้ว เมื่อเทอมที่แล้วก็เคยเกิดแผ่นดินไหวไปครั้งหนึ่ง...
 
แต่สำหรับครั้งนี้นั้นมันไม่ใช่ มันเกิดมากกว่าสามสิบครั้งแล้วในสองวันนี้ ชั้นมั่นใจ
 
และนี่เองที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ตัวชั้นกังวลไปหมด
 
ตอนกลางคืนชั้นต้องใช้เวลานานกว่าปกติ กว่าที่จะข่มตาหลับได้
 
ก่อนที่ร่างกายจะได้พักผ่อน สมองของชั้นก็เริ่มเพ้อเจ้อไปต่างๆนานา
 
 
"ถ้ามันเกิดไหวแรงๆ ขึ้นมา ชั้นจะทำยังไงดี
 
ถ้าเกิดสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในกลางดึก ชั้นจะทำอย่างไรดี
 
ถ้าเกิดว่าชั้นไม่มีโอกาสได้กลับไปพบครอบครัวที่ชั้นรักอีก ชั้นจะทำอย่างไรดี"
 
 
คนที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์อาจจะคิดว่าชั้นขี้กลัวโดยไร้สาเหตุ
 
แต่ยังไงก็ตาม สำหรับครั้งนี้ตัวชั้นรู้สึกกังวลแล้วก็กลัวจริงๆ
 
 
ป.ล. ถึงคุณ
 
       ชั้นไม่ได้พบคุณในความฝันมาร่วมสองสัปดาห์แล้ว ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วชั้นดีใจรึว่าเสียใจกันแน่ เวลาที่พบคุณในฝันนั้นตัวชั้นก็แสนจะดีใจ แต่พอลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อใด ตัวชั้นคนนี้ก็ได้แต่ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า การพบเจอกับคุณเป็นแค่ความฝันเท่านั้น มันไม่ต่างอะไรกับการหลอกตัวเองไปวันๆหรอก ตัวชั้นได้แต่นั่งสมเพชตัวเองในตอนเช้าที่ฝันถึงคุณว่า ชั้นคงเพ้อมากเกินไป ถึงได้เห็นคุณในฝันอีกแล้ว เพราะว่าชั้นรู้ดีว่าในความเป็นจริงแล้วมันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ เผลอๆคุณอาจจะลืมเรื่องของชั้น ลืมหน้ากลมๆแบนๆของผู้หญิงคนนี้ไปแล้วก็ได้...
 
      
 
       คนที่มีความฝันเป็นสีชมพู
 
6月3日

I'm the one who addicted to sleeping

เมื่อไรก็ไม่อาจรู้ได้
 
ที่
 
ตัวชั้นคนนี้
 
กลายเป็นผู้ที่พิศวาสการนอน
 
.
..
...
.
.
.
.
ชั้นไม่ได้เฝ้ารอให้ถึงเวลากลางคืน
 
แต่ชั้นได้แต่ภาวนา
 
ให้ตอนเช้ายืดยาวออกไปเรื่อยๆ
 
อยากให้ท้องฟ้ายังมืดอยู่
 
ต่อไปอย่างไม่มีวันสุด
 
ทั้งๆที่ตัวชั้นเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า
 
เวลาไม่เคยหยุดเดิน
 
แล้วโลกก็ไม่เคยที่จะหยุดหมุน
 
แม้ว่า
 
ตัวคุณจะหยุดนิ่งอยู่ในความทรงจำของชั้น
 
แต่ตัวชั้น ได้แต่ต้องเดินตามเวลาที่เดินไปเรื่อยๆ
 
ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่
 
ความเป็นจริงมันก็ยิ่งดูห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
 
จนในที่สุด
 
ก็คงกลายเป็นทางแยกที่ไม่มีวันกลับมาบรรจบกันได้อีก
 
.
.
.
...
..
.
เพราะฉะนั้นตัวชั้นคนนี้ถึงได้พิศวาสการนอนเหลือเกิน
 
ก็เพราะว่าเวลาที่นอนหลับ
 
เป็นเวลาเดียว
 
ที่ชั้นจะสามารถพบกับคุณได้
 
ในความฝันสีชมพูอันนั้นนั่นเอง
 
 
6月1日

Unnamed Feeling

 
 
ชั้นยังคงผูกพันกับครอบครัว
 
ชั้นยังคงคบหากับเพื่อนๆที่ชั้นรัก
 
ชั้นยังคงหลงในเงาของตัวเธอ
 
แต่ทว่า...
 
ชั้นก็ยังคงรักตัวเอง
 

ณ เวลาที่แสนว่างเปล่า ณ ที่ๆแสนไกลจากคุณ ชั้นไม่รู้ว่า...

ความรู้สึกเวลาที่เกิดขึ้นเวลาที่นั่งมองรูปของคุณ

นั่งอ่านข้อความที่คุณเขียน

นั่งนึกถึงคำพูดที่คุณเคยพูดกับชั้น

ชั้นไม่รู้เลยว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร